บทความย้อนหลัง
- รู้จัก Mr.Lee
- [มิถุนายน]
[กรกฎาคม]
- [กรกฏาคม/2]
         “สัตว์โลกย่อมถูกจำแนกไปตามกรรม”
    ซึ่งเป็นประโยคที่ท่านคงเคยได้ยินได้ฟังมาเป็นอย่างดี
มนุษย์ก็ถือเป็นสัตว์โลกด้วยเช่นกันเพียงแต่ประเสริฐกว่า ดำเนินชีวิตด้วยเชาว์ปัญญารู้จักแยกแยะถูกผิดชั่วดีออก
จากกัน มิได้ดำเนินชีวิตด้วยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว
ส่วนอันคำว่ากรรมที่ว่านี้จะประกอบด้วย กุศลกรรมกับ
อกุศลกรรม อันกุศลกรรมนั้น คือผลของการกระทำคุณงาม
ความดี อยู่ในศีลธรรมอันดีงาน มีความกตัญญูรู้คุณของ
พ่อแม่และผู้มีพระคุณ รู้คุณของฟ้าและแผ่นดิน รู้คุณของ
องค์พระมหากษัตริย์ และครูบาอาจารย์ รู้จักการช่วยเหลือ
เกื้อกูลผู้ด้อยโอกาส ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเป็นต้น

     ส่วนอกุศลกรรมนั้น คือผลของการกระทำความชั่วมิคำนึง
ถึงศีลธรรมอันดีงามอกตัญญูต่อคุณของพ่อแม่และผู้มี
พระคุณ ไม่รู้บุญคุณของฟ้าและแผ่นดิน ไม่รู้บุญคุณของ
องค์พระมหากษัตริย์ และครูบาอาจารย์ นอกจากจะไม่คิด
ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ด้อยโอกาสแล้วยังคอยหาแสวงหาโอกาส
เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเป็นต้น ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติ
ชอบหมั่นสร้างแต่กุศลกรรมย่อมส่งผลให้บุคคลผู้นั้นได้ไป
จุติภายใต้นักษัตรดาว ศุภเคราะห์ อันเป็นผลให้บุคคลผู้นั้น
เกิดมาสุขสบาย อยู่ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่รักใคร่
ของพ่อแม่ ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ได้รับการศึกษาสูงๆ
ตามที่ปรารถนา มีความเจริญในตำแหน่งหน้าที่การงาน
มีผู้มาคอยให้้ การสนับสนุน เพิ่มพูนด้วยโภคทรัพย์มากมาย
และมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีสุขภาพ
พลนามัยที่แข็งแรง มีอายุยืนยาวเป็นที่รักใคร่ของลูกหลาน ห่างไกลจากภัย
ธรรมชาติเสวยผลของกุศลกรรมที่สร้างไว้

     สำหรับผู้ที่ปฏิบัติชั่ว สร้างแต่อกุศลกรรมย่อมส่งผลให้
บุคคล ผู้นั้นไปจุติภายใต้นักษัตรดาวบาปเคราะห์ อันเป็น
ผลให้บุคคลผู้นั้นเกิดมายากลำบากแสนเข็ญ อยู่ในที่ซึ่ง
กันดาล ห้อมล้อมด้วยภัยธรรมชาติ ห่างไกลหรือกำพร้า
พ่อแม่ หรือถูกพ่อแม่ทอดทิ้งไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ขาดความ อบอุ่นไม่ได้รับการศึกษา ไม่มีตำแหน่งหน้าที่
การงานที่โดดเด่น ชีวิตมีแต่อุปสรรคปัญหานานาประการ ยากจนอดมื้อกินมื้อ ขาดผู้มาให้การสนับสนุนชีวิตครอบครัว
แตกแยก สุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคภัยมาคอยเบียดเบียน
อายุสั้น หรือถ้าหากมีอายุยืนก็ต้องถูกลูกหลานทอดทิ้ง ต้องกระเสือกกระสนหาเลี้ยงชีพอย่างยากลำบาก เสวยผล
ของอกุศลกรรมที่สร้างไว้

     แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าบุคคลผู้นั้นได้สร้าง
กุศลกรรมหรือได้สร้างอกุศลกรรมมาในอดีต ที่ส่งผลให้
บุคคลผู้นั้น มีชีวิตที่สุขสบายเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
และการเงินหรือมีชีวิตที่ยากลำบากไม่สมหวังในหน้าที่การ
งานและการ เงิน ก็จากการสำรวจตรวจสอบนักษัตรดวงดาว
ต่างๆ ที่กำกับอยู่ในดวงชะตาของบุคคลผู้นั้น ดังนั้นจึงมี
คำกล่าวไว้ว่า

                 “ดวงชะตามิใช่คำประกาศิต
             เป็นเพียงแผนที่บอกทิศบอกที่หมาย
       หากรู้ว่าเคราะห์ ไม่ประมาทเคราะห์อาจคลาย
             หากรู้ว่าโชค เร่งขวนขวายจะได้เอ๋ย”

                                   
    จากคำกล่าวข้างต้นมิได้สอนให้เราต้องจำยอมกับ
ดวงชะตาเพียงอย่างเดียว มันเป็นเพียงแผนที่ของชีวิตว่า
ในอดีตเราได้สร้างกุศลกรรม หรือได้สร้างอกุศลกรรมมา
มากน้อยเพียงใดเพื่อที่เราจะได้ไม่ประมาทในการสร้าง
อกุศลกรรมต่อไปให้เร่งสร้างแต่กุศลกรรมไว้ เมื่อเราทราบ
ว่าชีวิตช่วงใดเข้า เคราะห์ เราก็ไม่ประมาท สร้างแต่กุศล
กรรม เคราะห์กรรมก็คลายจากหนักเป็นเบา เป็นการเสวย
กรรมในอดีตชีวิตคนเรานั้นท้อได้แต่ไม่ถอย เมื่อเคราะห์
กรรมผ่านพ้นไปสิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาในชีวิต และเมื่อใด
ที่โชคเข้ามาก็มิใช่ว่าเราจะนั่งนอนเฉยๆ โชคลาภจะลอย
เข้ามาหากเราไม่เร่งขวนขวายจะได้มาได้อย่างใด
จึงขอฝากมาเป็นแง่คิด
Mr.LEE