บทความย้อนหลัง
- รู้จัก Mr.Lee
- [มิถุนายน]
[กรกฎาคม]
-[กรกฎาคม/2]

   สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านครับ...
ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตแนะนำตัวก่อนครับ 
กระผมชื่อนายยุทธนา เลขวัฒนพงศ์ ชื่ออาจเรียก
ยากสักหน่อย บางท่านก็เรียกกระผมว่า Mr. Lee
ก็สุดแล้วแต่ กระผมถือว่าชื่อนั้นเป็นแค่นามสมมุติ
เท่านั้นจะไปยึดติดอะไรกับมันมากมายเกินไปกว่า
การกระทำความดี กระผมจบปริญญาตรีทางด้าน
บริหารธุรกิจ สาขาการเงิน เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
ที่มหาวิทยาลัยเกริก เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์
ตัวเลขเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในสาขาวิชานี้หากวิเคราะห์
ได้ละเอียดมากเท่าใด ก็จะได้คำตอบที่ลึกซึ้งฉันนั้น
ซึ่งสามารถที่จะนำไปประกอบเป็นข้อมูลในการตัดสิน
ใจวางแผนการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่น้อยที่สุด
แต่ชะตาพลิกผันกระผมกลับไม่ได้ทำงานตามสาย
สาขาวิชาที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา กลับไปทำงานเกี่ยว
กับการส่งออกสินค้าเป็นเวลา 25 ปี ซึ่งขณะที่ทำงาน
นั้นกระผมมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก มีอัตตาตัว
ตนแรงกล้า ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ที่มองไม่เห็นได้
ด้วยสายตา โดยเฉพาะในเรื่องของดวงชะตา
นรลักษณ์ กระทั้งอิทธิพล ในเรื่องของกระแส พลัง
ต่างๆ ทางภูมิทัศน์ก็ตาม ทั้งนี้หากเรา ได้วิเคราะห์
ข้อมูลต่างๆทางธุรกิจได้อย่างรอบคอบรัดกุมแล้ว
ย่อมไม่มี โอกาสพลาด แต่มันหาเป็นเช่นนั้นเสมอ
ไปไม่ บางครั้งการมีอัตตาตัวตนแรงกล้า เชื่อมั่นใน
ตัวเอง มากเกินไปกลับเป็นความโง่เขลา เบาปัญญา
ของตน เองที่รีบด่วนไปปิดประตูทางความคิดของ
ตนเองไม่ยอมเปิดใจกว้างรับฟังความ คิดของคนอื่น
โดยไม่ คิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระโบราณคล่ำคึกเกินกว่า
ที่จะรับฟัง แต่มันหาเป็นเช่น นั้นไม่ ซึ่งศาสตร์ทุก
ศาสตร์ วิชาทุก แขนงย่อมมีดี ของมันในตัว เพียงแต่
เราศึกษามันยังไม่ถึงมิฉะนั้นมันคง หายสาบสูญไป
นานแล้ว
   เมื่อกระผมผ่านฝนผ่านหนาวมาสามสิบปลายๆ
วุฒิภาวะทางความคิดเริ่มตกผลึกจิตใจเริ่มสงบเย็น
เริ่มมีสติทางความคิด ได้ก้าวข้ามอัตตาตัวตนแรง
กล้า หันมาศึกษาธรรมบ้าง ฝึกฝนสมาธิบ้างจนกระทั่ง
วันหนึ่งได้เปิดฟังรายการวิเคราะห์ดวงจีนทางวิทยุ
รายการหนึ่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกที่คนเราไม่เคย
รู้จักกันมาก่อนแค่บอกเวลาวันเดือนปีเกิดก็สามารถ
วิเคราะห์อ่านอุปนิสัยผู้นั้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ตอนแรกกระผมคิดว่ามันคงเป็นหน้าม้าี่โทรมาร่วม
กับรายการทางวิทยุ กระผมก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร
   ต่อมากระผมก็ลองนำเอาข้อมูลที่ได้ฟังมาลอง
วิเคราะห์ดวงตัวเองดูก็รู้สึกแปลกใจที่มันมีความถูก
ต้องแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อจากนั้นก็ลองวิเคราะห์
พี่น้องเพื่อนฝูง มีความถูกต้องแม่นยำในระดับหนึ่ง
จึงเป็นเหตุให้ผมเริ่มเปิดใจศึกษาค้นคว้าหาตำรา
มาอ่านแต่ก็ใช่ว่าจะอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายถ้าไม่มีผู้
คอยชี้แนะ ซึ่งศาสตร์วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่เขาหวง
แหนกันมากไม่ค่อยมีใครเปิดเผยยิ่งทำให้ผมเกิด
อิทธิบาท 4 ขึ้นในใจอันได้แก

        1. ฉันทะ มีความชอบและอยากศึกษา
        2. วิริยะ มีความเพียรพยายามที่จะศึกษา
        3. จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ไม่ท้อถอน
        4. วิมังสา เมื่อได้ศึกษาก็หมั่นพิจารณาทบทวน
           เหตุผล ในวิชาที่เรียนมาเพื่อนำไปใช้ให้เกิด
           ประโยชน์

   กระผมเริ่มสนใจเรื่องของศาสตร์โบราณและประเพณี
ทางจีนเพิ่มขึ้น คอยหาหนังสืออ่าน และฟังการบรรยาย
จากท่านผู้รู้และบังเอิญได้ฟังรายการของท่านอาจารย์
วิศิษฏ์ เตชะเกษม ท่านได้ให้วิทยาทานในเรื่องศาสตร์
น่ารู้และประเพณีโบราณของทางจีนติดตามฟังมาเรื่อย
ซึ่งศาสตร์และประเพณีเหล่านี้แม้เป็นเรื่องโบราณของ
ทางจีนแต่มันแฝงด้วยเหตุผลและกุศโลบายคติความ
เชื่อในยุคนั้นๆ และ็สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ถึง
ปัจจุบัน และแล้วกระผมก็ได้เข้าร่วมอบรมทางวิชาการ
จากท่านและ็ได้รับคำแนะนำให้ศึกษาต่อเนื่องจากท่าน
อาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์และศิษย์รุ่นพี่อีกหลาย
ท่านเช่นอาจารย์วิโรจน์ อัศนีย์รัตน์ อาจารย์บัณฑิต
พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์ อาจารย์มานะ ห่อทองคำฯลฯ ด้วย
ความมานะอดทนในการศึกษาถึง 12 ปีเต็มขณะนี้ก็ยัง
ไม่หยุดการศึกษาค้นคว้าต่อไป พยายามนำเอาวิชา
ความรู้ที่ศึกษามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม
    ระหว่างกำลังศึกษาอยู่ในขั้นเบื้องต้นไม่กี่ปี
ก็มีเพื่อนฝูงและคนรู้จักมาขอความช่วยเหลือจากผม
กระผมก็ให้คำปรึกษาชี้แนะไปพร้อมกับหลักธรรมคำ
สั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ก็ทำได้ไม่เต็มตัว
จนกระทั่งช่วงที่เกิดวิกฤตทางการเงินจึงผันชีวิตผม
ออกมาใช้วิชานี้อย่างเต็มที่
     จากการที่เคยเรียนวิชาวิเคราะห์ทางการเงินที่ต้อง
อาศัยความละเอียดรอบคอบก็สามารถนำมาประยุกต์
ใช้กับการวิเคราะห์ดวงชะตาของบุคคลและตำแหน่ง
ที่ตั้งภูมิลักษณ์ของสถานที่แทน
    ตลอดระยะเวลา 12 ปี ผมได้รับการเชื้อเชิญให้ไป
วิเคราะห์ตำแหน่ง ที่ตั้งภูมิลักษณ์ของสถานที่บ้าน
อยู่อาศัยและบริษัทร้านค้าตั้งแต่กรุงเทพฯ ออกไปทาง
สมุทรปราการสุพรรณบุรี จันทบุรี ระยอง ขลุงไกลสุด
ที่เชียงราย เป็นต้น บุคคลที่เชื้อเชิญกระผมนั้นมักจะ
เป็นบุคคลที่มาจากการบอกเล่าจากปากต่อปากทั้งนั้น
    บังเอิญกระผมได้รู้จักกับคุณสุวรรณชัย พิชญ์พิศาล
ประธานบริษัทพิชญ์พิศาลกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเคยเป็นศิษย์
ที่เรียนมาด้วยกัน ท่านก็ให้ความเมตตาชักชวนกระผม
มาช่วยลงบทความเผยแผ่ในเวปไซท์ของท่านเพื่อเป็น
ประโยชน์แก่บุคคลที่เข้ามาอ่าน ซึ่งทีแรกกระผมก็ได้
ปฎิเสธไปหลายครั้งไม่อยากจะเปิดตัวแต่็เพื่อมิตรภาพ
อันดีระหว่างกันจึงได้ตกปากรับคำจากท่านไป
จึงขอถือโอกาสขอบพระคุณท่านอย่างสูง
มา ณ. ที่นี้ด้วย

โดย
Mr. Lee